เรื่องมันมีอยู่ว่า ณ เมืองใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์มั่งคั่งรุ่งเรื่อ
ง ศูนย์กลางอำนาจของเมืองนี้คานเอาไว้โดยสอง
ตระกูลใหญ่ ตระกูลชเวและตระกูลฮัน ทว่าตั้งสองตระกูลมีเรื่องบาดหมางกันมาตั้
งแต่สมัยก่อน หากที่ใดมีตระกูลชเวที่นั่นจะไม่มีตระกูลฮ
ัน ทั้งสองตระกูลต่างแข่งขันความเป็นใหญ่เรื่
อยมา
เรือกอนโดร่าล่องเรื่อยไปตามคูคลองน้อยใหญ
่ที่เชื่อมต่อตลอดทั้งเมือง กอนโดริเออฝีพายดีบังคับเรือให้ท่องน้ำไปอ
ย่างนุ่มนวล
บนเรือชายหนุ่มสองคนนั่งชมทัศนียภาพทั่วทั
้งเมือง ชายหนุ่มคนหนึ่งนอนเอกเขนกสนใจสิ่งแวดล้อม
รอบด้านแต่อีกคนทำท่าง่วงเหงาหาวนอน
“ นายจะติดใจมาล่องเรืออะไรทุกวันหนักหนาฟ่ะ
ซีวอน “
ล่องเรือไปทุกคูคลองอย่างนี้ทุกวันไม่รู้ว
่าเจ้าตัวจะติดใจอะไรหนักหนา
“ สนุกจะตาย นายไม่เห็นรึยังไงคยูฮยอน ชีวิตประจำวันของคนเมืองนี้มันเปลี่ยนไปได
้ทุกวัน “
ที่คาราเมลนิซเมืองใหญ่วุ่นวายไปด้วยผู้คน
ทุกคนต่างใช้ชีวิตประจำวันของตัวเองและนั่
นคือสิ่งที่ “ คุณชายชเวซีวอน “ คิดว่ามันเป็นสีสรรของเมืองนี้ ขณะที่ “ โจวคยูฮยอน “ สหายคนสนิทกลับไม่คิดว่าเรื่องน่าเบื่อเดิ
ม ๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไปเป็นเรื่องน่าตื่นตาแต่
อย่างใด แถมให้มานั่งล่องเรือเป็นเพื่อนทุกวันนับต
ั้งแต่สำเร็จการศึกษาจากเอสเอม อะคาเดมิก
“ เอ๊ะ !! แยกนั้นเราไม่เคยเข้าไปไม่ใช่เหรอ “
คุณชายซีวอนชี้ไปยังทางแยกหนึ่งคลองสายเล็
ก ๆ ที่ตัดไปยังอีกเส้นทาง หากทุกครั้งที่ล่องเรือผ่านกลับไม่เคยได้เ
ลี้ยวเข้าไปสักครั้ง
“ ลองไปทางนี้ซิ “
“ เฮ้ย ไม่ดีหรอกมั้ง “
“ ทำไมกันก็ฉันอยากไปทางนี้ เลี้ยวเข้าไปในคลองสายนี้เดี๋ยวนี้ “
กอนโดริเออไม่กล้าขัดคำสั่งคุณชายคนสำคัญไ
ด้เขาเปลี่ยนทิศทางฝีพายตรงไปยังคลองสายเล
็ก ๆ โดยมีเพื่อนคนสนิทนั่งทำท่าเซ็ง ๆ อยู่ข้าง ๆ
เงาไม้ร่มรื่นตลอดทั้งสองฝาก นาน ๆ ครั้งจึงจะมีเรืออีกลำแล่นผ่านมา ซีวอนสังเกตุเรือลำที่แล่นผ่าน ทุกลำล้วนวิจิตรงดงามแล้วอาณาเขตที่เขากำล
ังล่วงล้ำเข้ามานี้อาจจะเป็นที่อยู่อาศัยข
องใครสักคนที่มีฐานะเป็นแน่ เพราะตั้งแต่ล่องเรือเข้ามาเขายังไม่พบเขอ
บ้านเรือนซักหลัง มีแต่ร่มไม้ตลอดทั้งแนว
“ นี่บ้านของใครกัน “
ซีวอนหันไปถามเพื่อนคนสนิท ทว่าโจวคยูฮยอนดูท่าทางจะเป็นกังวล
“ ทำไมทำหน้าตาพิลึกแบบนั้น ฉันถามว่านี่บ้านใคร “
หากยังไม่ทันที่คยูฮยอนจะตอบอะไร ตัวเรือก็รอดพ้นเงาไม้ร่มรื่นเสียก่อน ด้านหน้ามีสะพานไม้เล็ก ๆ หากสร้างอย่างบรรจง บนสะพานไม้หญิงสาวร่างเล็กบางยืนอยู่กึ่งก
ลางสะพาน แดดอ่อน ๆ ของยามบ่ายแตะต้องร่างของหญิงสาว ชุดแดรสยาวสีขาวดูราวกับจะแสงส่อง ในมือของหญิงสาวโอบอุ้มแมวน้อยตัวเล็กสีดำ
ไว้ สายตาของเธอจับจ้องมองเรือกอนโดร่าที่ไม่ค
ุ้นตา พลางกระซิบสั่งหญิงรับใช้ที่เดินตามมา
ซีอนไม่อาจละสายตาจากร่างบอบบางตรงหน้าไปไ
ด้ เขามองเธออย่างไม่วางตา หญิงสาวสบสายตาคมกริบก่อนจะหลุบสายตาของเธ
อลงต่ำ เรือกอนโดร่าค่อย ๆ แล่นผ่านใต้สะพานไปอย่างเชื่องช้า วินาทีที่พ้นจากใต้สะพาน ซีวอนเหลียวหันไปมองหากร่างบอบบางนั้นเดิน
ลงจากสะพานเดินตรงไปบนทางเดินแผ่นหินที่ทอ
ดไปสู่คฤหาสน์ใหญ่ เธอหันหลังให้เขา ยิ่งเรือแล่นออกไปไกลเท่าใดแผ่นหลังเล็ก ๆ นั้นก็เล็กลงทุกที ๆ
กอนโดร่าลำเล็กรอดพ้นจากบริเวณร่มเงาร่มรื
่นอีกครั้ง คลองเล็ก ๆ บรรจบกับทางเดินน้ำสายใหญ่ที่คร่าคร่ำไปด้
วยผู้คนและเรือลำอื่น ๆ
“ บอกฉันมา ที่นี่บ้านของใคร “
ซีวอนหันไปถามคาดคั้นเอาความจริงจากโจวคยู
ฮยอน
“ ฉันว่านายไม่อยากรู้หรอก “
และคำตอบจากโจวคยูฮยอนก็ทำให้ซีวอนนอนไม่ห
ลับไปตลอดคืน ร่างสูงพลิกตัวไปมาบนเตียงกว้าง บานหน้าต่างใหญ่เปิดโล่ง ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งในคืนนี้ฉายชัดถึงจันท
ร์ดวงโตที่ทอประกายสุขสว่าง
ไม่ว่างจะทำอย่างไรเขาก็นอนไม่หลับ ยิ่งให้อยู่เฉยกับพาลคิดถึงร่างบอบบางที่ไ
ด้เจออยู่เรื่อยไป ซีวอนลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปที่หน้าตา สายตาคมวิววับมองไปที่พระจันทร์กลมโต
“ ดวงจันทร์เอ๋ย หากสงสารหัวใจดวงนี้ที่เฝ้าคิดถึงแต่เธอ สายลมช่วยพัดพาเอาความรักความคิดถึงไปให้เ
ธอได้รับรู้ด้วยเถอะ “
อีกด้านหนึ่งของมหานคร ร่างเล็กบางยืนพิงเฉลียงห้องพัก แสงสีทองของพระจันทร์สุกสกาวเสียจนน่าอิจฉ
า เธอยืนมองดวงจันทร์ด้วยความหงอยเหงา
“ ยังไม่นอนอีกเหรอจ้ะ ลูกสาวโบนิต้า “
“ คุณแม่ค่ะ “
ผู้เป็นมารดาเดินเข้ามาใกล้เธอ
“ ดูพระจันทร์อยู่เหรอจ้ะคุณลูกขา “
“ ค่ะคุณแม่ขา คุณแม่ขาทำไมพระจันทร์ถึงดูเหงาจังเลยล่ะค
ะ “
“ เพราะพระจันทร์ต้องอยู่คนเดียวไงละคะ ก็เลยเหงา หนูรู้ไหม๊ว่าเมื่อก่อนพระจันทร์เป็นดวงเด
ียวกัน ทั้งสองรักกันแต่เพราะทะเลาะกันรุนแรงพระเ
จ้าจึงแยกตัวทั้งคู่ออกจากกันกลายเป็นจันท
ร์เสี้ยว นาน ๆ ครั้งทั้งสองจึงมารวมตัวกันอีกครั้งซึ่งนั
้นก็คือจันทร์เต็มดวงยังไงล่ะจ้ะ “
“ แล้วอย่างนี้พระจันทร์ไม่เหงาแย่เหรอค่ะ “
“ เหงาซิจ้ะ เพราะเหงาพระจันทร์ก็เลยส่งผ่านความคิดถึง
เป็นดวงดาวในท้องฟ้าให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าตั
วเองคิดถึงยังไงล่ะคะ “
“ อย่างนั้นเหรอค่ะ “
โบนิต้ายังคงมองดวงจันทร์นั้นต่อไป
“ คุณแม่ขา หนูไม่อยากเข้าร่วมงานเลี้ยงเลยค่ะ “
“ ลูกรัก แม่เข้าใจว่าหนูนะลูก แต่หนูก็ถึงวัยออกเรือนแล้ว ใช่ว่าคุณพ่อจะไม่รักลูกแต่เพราะต้องการจะ
หาคนดี ๆ ที่คู่ควรให้ลูกยังไงล่ะจ้ะ “
“ แต่หนูมีความสุขที่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่นี่
ค่ะ “
“ พ่อแม่อยู่กับหนูไม่ได้ตลอดไปหรอกนะคะ เพราะอย่างนั้นถึงต้องหาคนที่รักหนูมาคอยด
ูแลหนูยังไงละจ้ะ เอาล่ะ นี่ดึกแล้วนอนเถอะลูก แม่ไม่อยากให้หนูกังวลนะจ้ะ อีกอย่างท่านเจ้าเมืองเจย์คิมก็เป็นคนดีมา
ก เขาเอาใจใส่เอาใจหนูดีไหม๊ใช่เหรอลูก “
“ ค่ะคุณแม่ ท่านเจ้าเมืองดีต่อหนูมาก “
“ ดีแล้วจ้ะ งั้นก็นอนเถอะ แม่จะดับไฟล่ะนะ “
ผู้เป็นมารดาจัดการห่มผ้าให้ลูกสาว ดับไฟในตะเกียง
“ ราตรีสวัสดิ์จ้ะลูกรัก “
“ ราตรีสวัสดิ์ค่ะแม่ขา “
ประตูปิดลงแล้ว แต่แสงสว่างจากดวงจันทร์ส่งเข้ามาในห้อง โบนิต้ายังคงจ้องมองจันทร์ดวงโตไม่วางตา
อีกปลายด้านหนึ่งของความคิดถึงกำลังเชื่อม
เข้าไว้ด้วยกัน สายใยเล็ก ๆ ที่พูกพันธ์คนทั้งคู่
Tags: moon